ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ออกเดินธุดงค์เป็นครั้งแรก article

ออกเดินธุดงค์เป็นครั้งแรก

    ออกพรรษาแล้ว  โยมมารดา  ได้ลากกลับไปบ้านอยู่กับลูกหลานที่บ้านเดิม  ข้าพเจ้าไม่มีภาระประการใด  จึงอยากจะออกวิเวก  ไปหาที่ทำความเพียรตามป่า  ตามเขาบ้าง  ตามธรรมเนียมของพระกัมมัฏฐาน  ชักชวนได้เพื่อนผู้หนึ่ง  เป็นสามเณรองค์หนึ่งเป็นเพื่อนออกเดินธุดงค์จากสำนักที่จำพรรษา  สถานที่แรกที่จะไปเป็นจุดหมายปลายทางแรก  คือไปนมัสการพระธาตุพนม  ซึ่งเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ข้าพเจ้าออกเดินทางจากวัดด้วยเท้า  เพราะการคมนาคมสมัยนั้นลำบากมากจากอำเภอเลิงนกทา  อุบลราชธานี  ไปยังจังหวัดนครพนมนั้นไม่มีถนนสำหรับรถยนต์วิ่งได้เลย  มีแต่ทางเกวียน  และทางชาวป่าจึงพากันเดินกับสามเณร  เดินธุดงค์ข้ามดงมะอี่  ผ่านหมู่บ้านต่าง ๆ  ไป จากอำเภอเลิงนกทา  กว่าจะถึงพระธาตุพนม  ใช้เวลาถึง  7  วัน  7  คืน  จึงถึง  

     หยุดพักนมัสการพระธาตุพนมพอสมควรแล้วได้เดินทางต่อไปยังเมืองเว ( หรือเมืองเรณูนครในปัจจุบัน ) พักอยู่ที่นั่นประมาณ  2  เดือนจึงเดินทางกลับอุบลราชธานี  ขากลับสามเณรไม่กลับด้วย  คงอยู่เมืองเวต่อไป  ข้าพเจ้าเดินทางกลับองค์เดียวจากเรณูนครถึงอุบลราชธานี  ผ่านดงมะอี่องค์เดียว  ระหว่างนั้นยังเป็นป่าเป็นดงอยู่  พอพ้นจากดงมะอี่มาถึงชายดงระหว่างเขตบ้านไร่กับบ้านหนองยางต่อกัน  ก็ได้กลิ่นเหม็นประหลาดที่กลางดงนั้น  ก็เลยคิดว่า  กลิ่นเหม็นนี้เป็นกลิ่นอะไร  ไม่ใช่ของสัตว์เพราะกลิ่นของสัตว์ไม่ใช่เหม็นอย่างนี้  จึงได้ออกเดินสำรวจดู  พบซากศพคนตายอยู่ข้างหาง  ร่างตกอยู่ในร่องทาง  ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งอยู่  1  ศพ  ข้างศพมีถังสังกะสี  1  ใบ  พร้าอีโต้  1  เล่ม  และผ้าขาวม้า  1  ผืน  ปลายผ้าขาวม้าข้างหนึ่งมีขอดห่อของอะไรอยู่ด้วย
 

    ข้าพเจ้าก็นึกในใจว่า  “ แหม....เราได้เดินทางมาพบขุมทรัพย์อันประเสริฐแล้ว  ยากที่จะพบเห็นได้  เราควรจะเพ่งศพนี้เจริญอสุภะให้ได้ “   เมื่อคิดอย่างนี้  จึงปลงบริขารไว้ที่ใต้ร่มไม้แห่งหนึ่ง  แล้วมายืนเพ่งซากอสุภะที่นอนตายนี้  ซากศพนี้คงจะตายมาหลายวันแล้ว  ประมาณอย่างน้อย  5 – 6 วันมาแล้ว  ร่างนั้นเน่าเปื่อยไปทั้งตัว  ส่วนตับไตไส้พุงมีแต่หนอนเจาะไชกินหมด  หรือแร้งกาเอาไปกิน  ส่วยนัยน์ตาก็มีแต่หนอน  ในปากก็มีแต่หนอนตาทั้งสองก็มีแต่หนอน  เพ่งแล้วก็น้อมมาดูตัวว่า  อีกหน่อยตัวเราก็ต้องเป็นอย่างนี้  ไม่ล่วงความเป็นอย่างนี้ไปได้  ในขณะที่เพ่งอยู่อย่างนั้น  ใจหนึ่งก็เกิดความคิดขึ้นมาว่าแหมซากอสุภะเป็นของที่น่าอุจาด  เราควรจะเผาเสียให้หายอุจาดตา  เพราะท่านว่า  การเผาซากศพคนตายแล้วจะได้บุญได้กุศลมาก  ใจคิดอยากจะได้บุญมากจึงคิดจะเผา  โดยลืมคิดไปว่า  ยังมีสัตว์ตัวเล็ก ๆ อยู่ในซากศพนั้นอย่างมากมาย  จึงไปหากิ่งไม้แห้งเล็กมาเตรียมไว้ที่ข้างศพ  แต่พอเก็บเอาฟืนกิ่งไม้มาแล้ว  ใจหนึ่งก็ฉุกคิดขึ้นมาว่า  “ เราเป็นพระภิกษุสงฆ์  เราจะมาเผาซากอสุภะนี้ได้อย่างไร เพราะดินตอนนี้ยังมีหญ้าเขียวสดอยู่  ส่วนซากอสุภะก็ยังมีตัวสัตว์อยู่เยอะแยะ  ถ้าเราเผามันก็เป็นโทษ  ต้องอาบัติ  ปาจิตตีย์  ฆ่าสัตว์  และทำลายพืชสดของเขียวมิใช่หรือ  ทำคุณจะได้โทษ  ทำบุญจะกลับได้บาปนะนี่ “
 

    คิดแล้วจึงตกลงไม่เผา  กลับมายืนพิจารณาซากอสุภะนั้นต่อไป  เห็นหมู่หนอนทั้งหลายพยายามเวียนบ่อนเจาะไชกัดกินอยู่ตามซากอสุภะนั้น  ในปากก็เต็มไปด้วยหนอน  ตาทั้งสองก็เต็มไปด้วยหนอน   ในซี่โครงในอกก็เต็มไปด้วยหนอน  ขาทั้งสองก็เต็มไปด้วยหนอนทวารหนักทวารเบาก็เต็มไปด้วยหนอน  มีกลิ่นอันเหม็น 

    ตลอดเวลาที่ข้าพเจ้าเพ่งอยู่นั้น  นับแต่เริ่มเดินมาถึงซากอสุภะเป็นเวลาเที่ยงวัน  จนกระทั่งเวลาบ่ายสามโมง  นับเป็นเวลา  3  ชั่วโมงเต็ม  แต่ก็ยังไม่พอใจอยากจะพักค้างคืน  พิจารณาอสุภะต่อไปจนตลอดคืน  มีความตั้งใจเด็ดเดี่ยวอย่างยิ่ง  มิได้มีความกลัวเลย  คิดแต่ว่าจะต้องเจริญอสุภะให้ถึงที่สุด 

     ตกบ่ายสามโมง  ได้มีชาวบ้าน  2  คน  เดินด้อม ๆ มอง ๆ มาดูศพ  ข้าพเจ้ามองเห็นจึงถามเขาว่า  “ ศพนี้ตายด้วยโรคอะไร  “  ชาวบ้าน  2  คนตอบว่า  “ ศพนี้เป็นคนอนาถา  ตายเพราะเขาอดอยาก  จึงมาตายที่นี่  “  จึงถามเขาว่า  “  แล้วพวกโยมมาทำไม  “  เขาตอบว่า “  พวกผมมาเพราะเจ้านายใช้ให้มาตรวจดูรักษาศพไว้  เพราะฝ่ายเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้มีการชัณสูตรพลิกศพตามกฎหมาย “  ข้าพเจ้าก็ถามเขาต่อไปว่า  “ อาตมามาเห็นซากอสุภะนี้แล้ว  ถ้าอยากจะขอค้างคืนพิจารณาศพนี้จะได้ไหม “  เขาตอบว่า  ไม่ได้ครับ  เพราะศพยังไม่ได้ชัณสูตรถูกต้องตามกฎหมาย  ถ้าท่านมาหยุดพิจารณาอยู่ที่นี่เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เขาจะสงสัย  หาว่าฆ่าคน  ขอนิมนต์ให้ท่านหลีออกไปให้พ้นศพนี้เสีย “  ข้าพเจ้ามองเห็นของที่วางอยู่ข้างกายศพ   ซึ่งคงจะเป็นสมบัติของผู้ตาย  จึงถามเขาว่า  “ ถ้าจะขอชักบังสุกุลสิ่งของที่อยู่กับศพจะได้ไหมเพื่อจะได้อุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ตาย “  เขาก็ตอบอีกว่า  “  ไม่ได้ครับ  เพราะยังไม่ได้ชัณสูตร  ถ้าไปชักผ้าบังสุกุลเขาอาจจะหาว่า  ท่านฆ่าคนตาย  จะมีความผิด  ขอนิมนต์ท่านหลีกออกไปเสียเถอะ
 

    เมื่อชายบ้านยืนยันปฏิเสธแน่นแฟ้นเช่นนั้น  ข้าพเจ้าก็ออกเดินทางต่อไปตกเย็นเดินทางมาถึงบ้านไพนหนามแท่ง  อำเภออำนาจเจริญ  จึงได้หยุดพักปักกลดที่ร่มไม้แห่งหนึ่งริมป่าช้า  ข้าพเจ้าอาบน้ำชำระร่างกายแล้ว  ถึงเวลาพลบค่ำก็เข้าที่ไหว้พระสวดมนต์  แล้วก็นั่งภาวนาพิจาณาซากอสุภะที่เห็นเมื่อกลางวัน   แล้วน้อมเข้ามาหาตัว  เมื่อพิจารณาอยู่....  ขณะนั้นปรากฏในจิตว่ามีซากอสุภะเกิดขึ้นรอบตัวเต็มไปหมด  จนกระทั่งจะกระดิกตัว  กระดิกขาไม่ได้เลย    ขยับตัวไม่ได้จะไปกระทบเอาซากอสุภะเหล่านั้นเข้า  พอหลับตาเข้าก็เห็นเต็มไปหมดเลยจึงน้อมเข้ามาสู่ร่างกายของเราว่า  ร่างกายของเรานี้ก็จะต้องเป็นอย่างนี้  ดับขันธ์เปื่อยเน่าไปเช่นนี้  ไม่อาจจะล่วงความเป็นเช่นนี้ไปได้  เกิดความสลดสังเวชในชีวิตของตนที่เกิดมาว่า  มนุษย์เราจะต้องตายกันทั้งนั้น  ไม่มีใครหนีความตายไปได้  รู้สึกว่าในคืนนั้น  จิตใจสงบ  เยือกเย็น  สบายมากไม่มีกระดุกกระดิกเลย  มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก  ได้นั่งภาวนาตั้งแต่ปฐมยามจนถึงตีสองพิจารณาซากอสุภะอยู่อย่างนั้น 

     เมื่อถึงตีสองได้เกิดลมพายุอย่างรุนแรง  ฝนตกหนัก  ขณะนั้นเป็นเดือนพฤษภาคม  ฟ้าใหม่  ฝนใหม่  กำลังคะนอง  ทั้งกลดและมุ้งที่กางไว้ถูกกลมและฝนปะทะจนปลิวสะว่อน  กลดหมุนคว้าง  ข้าพเจ้าก็เลยปลดมุ้งออกจากกลดเก็บพับ  ผ้าสังฆาฏิก็เช่นกัน  ต้องพับเก็บไว้ในบาตร  ปิดฝาให้ดีแล้วนั่งกอดเข่าใช้มือประคองกลดจับคันกลดให้แน่นกันฝนไว้  นั่งภาวนาอยู่อย่างนั้น  ทั้งลมและฝนก็ตกอยู่อย่างนั้น  นั่งภาวนาต่อไปเรื่อย ๆ จนจิตสงบ  มีความรู้สึกว่าฝนก็เย็น  ลมก็เย็น  จิตใจก็สงบเยือกเย็นสบาย   ฝนตกอยู่ประมาณชั่วโมงกว่า  ก็เลยหายไป  พอรุ่งเช้า  ข้าพเจ้าไปบิณฑบาตตามบ้านชาวบ้านฉันอาหารเสร็จก็ออกเดินทางต่อไป  ข้าพเจ้าได้เดินทางกลับมาถึงบ้านเดิม  ได้ไปเยี่ยมโยมมารดาซึ่งลาสิกขาบทจากแม่ชีกลับมาอยู่บ้านกับลูกหลานแล้ว  ตอนนี้ข้าพเจ้าเกิดไม่สบายจึงต้องพักอยู่ที่บ้านเดิมชั่วคราว  การเป็นไข้ป่าหรือไข้มาเลเรียครั้งนี้คงได้รับเชื้อมาจากดงมะอี่นั้นเอง
 

    พอจวนจะเข้าพรรษา  ท่านพระอาจารย์บุ  พระครูทัศนประกาศ  ซึ่งเป็นเจ้าคณะอำเภออำนาจเจริญ  ได้ส่งคนมารับข้าพเจ้าให้ไปจำพรรษาที่วัดทุ่ง  บ้านชาติ  หนองอีนิน  อำเภอเลิงนกทา  ซึ่งเป็นบ้านเดิมของท่านข้าพเจ้าก็รับนิมนต์  จึงไปจำพรรษาที่บ้านของท่านอาจารย์
 
 




อัตตโนประวัติหลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ

คลิปวีดีโอประวัติหลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ article
ชาติกำเนิดปฐมวัย article
พบพระธุดงค์และได้หนังสือไตรสรณาคมน์ article
ออกจากโรงเรียนและรู้จักรักผู้หญิง article
แสวงธรรม article
ออกบวชเป็นพระฝ่ายธรรมยุต article
พรรษาที่ 1 พ.ศ. 2486 วัดป่าบ้านพอก หนองคอนทั้ง อำเภอเลิงนกทา article
พรรษาที่ 2 พ.ศ. 2487 วัดทุ่ง บ้านหนองอีนิน อำเภอเลิงนกทา article
พรรษาที่ 3 พ.ศ. 2488 วัดบ้านนาจิก ดอนเมือง ตำบลหนองปลิง article
พรรษาที่ 4 พ.ศ. 2489 อยู่ด้วยท่านพระอาจารย์มั่น ณ วัดป่าบ้านหนองผือ อำเภอพรรณานิคม article
พรรษาที่ 5และ6 พ.ศ. 2490 จำพรรษา ณ จังหวัดเชียงใหม่ article
พรรษาที่ 7 พ.ศ.2492 วัดป่าบ้านเหล่ามันแกว สงเคราะห์โยมมารดา article
พรรษาที่ 8 พ.ศ.2493 จำพรรษาที่ถ้ำพวง อ.ส่องดาว สกลนคร article
เอากระดูกช้างมาเป็นยาแก้โง่ article
พรรษาที่ 9 พ.ศ. 2494 ภูสะโกฏ บ้านหนองเม็ก นามน article
พรรษา 10 พ.ศ 2495 จำพรรษาที่ดอนกระพุง ชายป่าดงหม้อทอง อ.วานรนิวาส article
พรรษาที่ 11,13 พ.ศ. 2496 , 2498 จำพรรษาที่ดงหม้อทอง อำเภอวานรนิวาส article
พรรษาที่ 14 พ.ศ.2499 จำพรรษาที่ ถ้ำแก้ว ตาดปอ บ้านทุ่งทรายจก ภูวัว article
พรรษาที่ 15 ถึง 16 พ.ศ. 2500 ถึง 2501 กลับไปจำพรรษาที่ ดงหม้อทอง article
พรรษาที่ 17 พ.ศ.2502 จำพรรษาที่ถ้ำจันทน์ ดงศรีชมภู อ.โพนพิสัย article
พรรษาที่ 18 ถึง 20 พ.ศ. 2503 ถึง 2505 จำพรรษาที่ถ้ำจันทน์ ( ต่อ ) article
พรรษาที่ 21 พ.ศ.2506 จำพรรษาที่ภูสิงห์น้อย ( ภูกิ่ว ) article
พรรษาที่ 22 ถึง 25 พ.ศ.2507 ถึง 2510 จำพรรษาที่ถ้ำบูชา ตาดสะอาม ภูวัว article
พรรษาที่ 26 พ.ศ.2511 จำพรรษาอยู่กับหลวงปู่ขาว อนาลโย ที่วัดถ้ำกลองเพล อุดรธานี article
พรรษาที่ 27 ถึง 38 พ.ศ. 2512 ถึง 2523 จำพรรษาที่ภูทอก วัดเจติยาคิรีวิหาร อำเภอบึงกาฬ article
เล่าประวัติด้วยเสียงของท่านเอง article



dot
พระมหาธาตุ,พระบรมสารีริกธาตุ
dot
bulletเรื่องของพระบรมสารีริกธาตุ
dot
พระอสีติและพระอรหันตธาตุ
dot
dot
พระธาตุบูรพาจารย์ในยุคปัจจุบัน
dot
dot
เจดีย์พระธาตุทั่วไทยและทั่วโลก
dot
dot
หมวดหมู่สินค้า บุษบก บุษบกมาลา
dot
บุษบกมาลา
bulletบุษบกน่ารู้
bulletบุษบก BBC-02 A-B
bulletบุษบก BBC-04
bulletบุษบกมาลา
bulletบุษบก ขนาด 5 นิ้ว
bulletบุษบก ขนาด 6 นิ้ว
bulletบุษบก ขนาด 10 นิ้ว
bulletบุษบก ขนาด 15 นิ้ว
bulletบุษบก ขนาด 17 นิ้ว ปิดทอง
bulletบุษบก ขนาด 17 นิ้ว พ่นทอง
bulletบุษบก ขนาด 21 นิ้ว
bulletบุษบก ขนาด 25 นิ้ว
dot
หมวดหมู่สินค้า ผอบใส่พระธาตุ
dot
bulletผอบทรงโถน้ำมนต์
bulletผอบเลนส์ขยาย
bulletผอบขนาดเล็ก
bulletผอบ PC-07
bulletผอบ PC-09
bulletผอบ PC-15
bulletผอบทรงสูง PTC-12
bulletผอบทรงสูง PTC-15
bulletผอบขนาดใหญ่ 9 นิ้ว
bulletผอบแก้วคริสตัล
dot
หมวดหมู่สินค้า เจดีย์ใส่พระธาตุ
dot
bulletเจดีย์ JC-01
bulletเจดีย์ JC-02
bulletเจดีย์ JC-03
bulletเจดีย์ JC-05
bulletเจดีย์ JC-06
bulletเจดีย์ JC-07
bulletเจดีย์ JC-09
bulletเจดีย์ JC-12
bulletเจดีย์ JC-15
bulletเจดีย์ JC-22
bulletเจดีย์คริสตัล 5 นิ้ว
bulletเจดีย์ผอบ
dot
หมวดหมู่สินค้า งานลงยาโบราณ
dot
bulletงานลงยาประดับสั่งพิเศษ
bulletเจดีย์ฐานกลมลงยา
bulletเจดีย์ฐานแปดเหลี่ยมเล็ก
bulletเจดีย์ฐานแปดเหลี่ยมใหญ่
bulletโกศบรรจุอัฐิธาตุ
bulletแก้วทรงดอกบัวตูม
bulletแว่นแก้วเล็ก
bulletฐานแปดเหลี่ยมยอดเจดีย์
bulletแปดเหลี่ยมผอบ 12 เซน.
dot
หมวดหมู่สินค้า สั่งทำพิเศษ
dot
bulletงานประดับลายไทยพิเศษ




Copyright © 2010 All Rights Reserved.

ร้าน บุษบกทองคำ
ที่อยู่ :  เลขที่ 31/101 ซอย ชินเขต 2 ถนน งามวงค์วาน.เขต :  หลักสี่ แขวง : ทุ่งสองห้อง
จังหวัด :กรุงเทพมหานคร     รหัสไปรษณีย์ : 10210
เบอร์โทร มือถือ :  0816489070
อีเมล : jedeethai@gmail.com
เว็บไซต์ :www.jedeethai.com