ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ประวัติวิธีการสร้างภูทอก article

หลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ ภูทอก

ประวัติวิธีการสร้างภูทอก

      ก่อนที่จะเล่าประวัติการก่อสร้างวัดภูทอก ( วัดเจติยาคีรีวิหาร ) นี้ ความจริงแล้วข้าพเจ้าเองก็ไม่อยากจะเล่าเลย แต่ก็ทนต่อการรบเร้าของญาติโยมและท่านผู้ใหญ่หลายท่านที่ได้ไปเห็นไปชมด้วยตา ได้อ้อนวอนให้เล่าประวัติการก่อสร้างไม่ได้ เพื่อประโยชน์แก่ผู้สนใจหากจะเล่าให้ละเอียดทุกแง่ทุกตอนก็อาจจะเฝือมากเกินไป จึงขอเล่าบางตอนเท่าที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ฟังมากที่สุดเท่านั้น จึงขออภัยจากญาติโยมและท่านผู้ฟังทั้งหลายล่วงหน้าไว้ก่อน
  

       พ.ศ.2512 สมัยมาอยู่ที่ภูทอกนี้ครั้งแรกอาศัยถ้ำตีนเขาซึ่งเป็นป่ารกชัฏมากเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่านานาชนิดมีช้าง เสือ หมี กวาง เป็นต้น และสัตว์อื่นอีกมาก อาศัยบิณฑบาตรกับชาวบ้านนาคำแคนซึ่งอพยพมาตั้งอยู่ใหม่ ๆ อาหารการขบฉันก็ตามเกิดตามมี อยู่ในลักษณะที่ขาดแคลนมาก ตอนแรก ๆ ได้ให้ญาติโยมถากถางป่าพอให้เป็นที่ปักกลด มีท่านพระครูสิริธรรมวัฒน์ ( ทองพูล   สิริกาโม ) เจ้าคณะอำเภอบึงกาฬและอำเภอเซกากับผ้าขาวเล็ก ๆ หนึ่งคนอยู่เป็นเพื่อน ในฤดูแล้งได้ปลูกเสนาสนะเป็นลักษณะกระท่อมเล็ก ๆ 4 หลัง มุงด้วยหญ้า ฝาใบตอง ปูด้วยฟาก ในพรรษาแรกมีพระจำพรรษาด้วยกัน 3 รูปผ้าขาวน้อย 1 คน ในพรรษานี้ได้พาญาติโยมทำบันไดขึ้นเขาใช้เวลาทำอยู่ 2 เดือน กับ 10 วัน จึงสำเร็จตั้งแต่เริ่มแรกทีเดียวคุณหมอประพักตร์   โสฬสจินดา คุณหมอขันธ์  เทศประสิทธิ์  อาจารย์สอนอนามัยขอนแก่นได้เป็นกำลังพาศรัทธาญาติโยมมาช่วยเป็นประจำให้ความสะดวกปลอดภัย ในปี 2513 นายบุญทีอยู่นครเวียงจันทร์แห่งประเทศลาว สร้างพระประธานถวายไว้ที่ถ้ำพุทธวิหารชั้นที่ 5 สิ้นเงินหนึ่งหมื่นบาทในปีต่อมาก็ได้สร้างศาลาชั้นบนและชั้นล่างมีศรัทธาจากอุดร หนองคาย บึงกาฬ นครพนม ตลอดจนกรุงเทพฯ รวมกันออกปัจจัยสร้างถวายสิ้นเงินเป็นจำนวนมาก และจากนั้นก็มีกำลังศรัทธาจากทางกรุงเทพด้วย ถวายเครื่องปั่นไฟ เครื่องสูบน้ำ ท่าถึงน้ำประปา เขาต่อท่อลงมาชั้นล่างทำให้ได้ใช้กันสะดวกสบายแก่ทุก ๆ คนที่มาเยือน กองทัพอากาศดอนเมืองก็ถวายสายไฟแรงสูง 3 ม้วน ม้วนละ 500 เมตร ต่อไฟฟ้าไปใช้ตามที่ต่าง ๆ กรมวิเทศสหการก็ได้ถวายพระพุทธรูปทองหล่อขนาดใหญ่ไว้เป็นพระประธานที่ถ้ำวิหารพระชั้นที่ 5

ภูทอก ชั้นที่ 5
    

      ในปี พ.ศ. 2514 จะเริ่มสร้างสะพานรอบเขาภูทอกตามหน้าผา หมออนามัยขอนแก่น ได้เชิญสถาปนิกชาวอเมริกันคนหนึ่งมาสำรวจดูที่จะสร้างสะพานรอบเขาได้ขึ้นไปหาข้าพเจ้าที่ชั้นพระวิหารชั้นกลาง ข้าพเจ้าได้ขอปรึกษาวิธีทำสะพานรอบเขาตามหน้าผาชัน ๆ ว่าจะทำอย่างไร ขอคุณนายช่างกรุณาแนะวิธีทำให้ด้วยจะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง แล้วก็ได้พาไปสำรวจตามหน้าผาต่าง ๆ เสร็จจากการสำรวจแล้วเขาก็ได้บอกวิธีให้ว่าต้องทำนั่งร้านเป็นจุด ๆ จนรอบเขาก่อนแล้วจึงจะทำได้งบประมาณการก่อสร้าง 11 ล้านบาท จึงจะแล้วเสร็จข้าพเจ้าถามเขาว่าไม่ใช้วิธีนั่งร้าน จะอาศัยไม้ 2 ลำมัดใส่เสาที่ปักไว้ให้แน่นแล้วนั่งเจาะหินใส่เสาเรื่อย ๆ ไปไม่ได้หรือ เขาตอบว่า ไม่ได้ อันตรายมาก เดี๋ยวตกตายกันหมด ถ้าจะทำต้องใช้วิธีนั่งร้านแหละจะทำวิธีอื่นไม่ได้ เพราะไม่มีหลักสูตร ตามหลักสูตรเขาต้องใช้วิธีนั่งร้านนี้ เขาว่า “ ผมเองก็เรียนมาตามหลักสูตรนี้จะทำนอกหลักสูตรไม่ได้ ไม่มีตำรา “ สนทนากันพอสมควรก็เลิกกันไป อยู่มาอีกหลายวันนายช่างไทยได้ขึ้นเที่ยวเขา สนทนาหารือการก่อสร้างสะพานตามหน้าผารอบเขา ขอให้นายช่างช่วยแนะนำวิธีทำสะพานรอบภูเขาให้ฟังบ้าง เขาก็อธิบายให้ฟังว่าต้องทำนั่งร้านเป็นจุด ๆ ไปรอบเขาจึงจะทำได้ ช่างไทยงบประมาณการก่อสร้างหกล้านบาทจึงจะสำเร็จ ข้าพเจ้าถามนายช่างว่าใช้วิธีอื่นโดยไม่ทำนั่งร้านไม่ได้หรือ เขาตอบว่าไม่ได้ไม่มีวิธีอื่นทำได้เลยนอกจากวิธีนั่งร้านเท่านั้น ข้าพเจ้าก็ได้ตอบเขาไปว่าที่บอกวิธีนี้ก็เป็นวิธีเดียวกันกับนายช่างฝรั่งคนหนึ่งได้บอกไว้ เขาเป็นชาวอเมริกันมาอธิบายวิธีให้ฟังไม่ผิดกันเลย นายช่างไทยตอบว่า “ ผมก็เรียนมาจากฝรั่ง มันก็เป็นวิธีเดียวกันซิท่าน “
  

       ข้าพเจ้าตอบว่า วิธีที่แนะนี้อาตมาทำไม่ได้เลยเขาถามว่า ทำไมท่านทำไม่ได้ไม้มันเยอะนี่ ข้าพเจ้าย้อนตอบเขาว่าไม่มีเงิน 6 ล้านบาทจะมาทำ “ มีแต่เฉพาะล้านเดียวเท่านั้น คุณนายช่างเอย “ เขาถามว่า “ เงินหนึ่งล้านบาท ท่านเอามาจากไหนท่านอยู่ในป่า ใครให้ท่าน ข้าพเจ้าได้ตอบเขาตามเป็นจริงว่า “ อาตมาไม่มีเงินล้าน มีแต่ล้านเดียว คือ หัวล้าน หัวเดียวเท่านั้น คุณนายช่างเอย แล้วข้าพเจ้าจึงบอกเขาว่าอาตมาจะทำตามแบบของอาตมาที่คิดไว้โดยไม่ต้องนั่งร้านมาแต่ข้างล่าง คืออาศัยหลักตอสองหลักแล้วใช้ไม้สองลำผูกให้แน่นยื่นออกไปสัก 4 เมตร เอาเชือกผูกปลายไม้ที่ยื่นออกไป แล้วจึงตรึงผูกใส่เสาที่ปักไว้แล้วไปนั่งเจาะหลุมได้ตามสบาย นายช่างร้องขึ้นว่าไม่ได้ ท่านทำแบบนี้ นอกหลักสูตรวิชาเขา ขืนทำไปก็ตายกันหมด ข้าพเจ้าแย้งเขาว่า อย่างไรก็ตามก่อนลงมือทำอาตมาต้องทดสอบด้วยตนเองเสียก่อนเห็นว่าปลอดภัยจึงลงมือทำ แต่อาตมาแน่ใจทีเดียวว่าไม่เป็นไร เขาตอบว่า แหม ท่านนี้มีความคิดพิสดารเหลือเกิน หากผมมีโอกาสจะมาดูสะพานของท่านที่ทำตามหน้าผารอบเขา สนทนากันพอสมควรก็ลากันกลับ


  

       ระยะต่อมาอีกไม่กี่วัน พวกนักปีนเขาเอาผึ้งตามหน้าผาชัน ๆ ก็มาหา เขาเป็นพวกเคยเอาผึ้งตามภูเขาเป็นอาชีพประจำทุกปี ถึงฤดูผึ้งเข้าถ้ำเริ่มแต่เดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน เป็นต้นไป ถึงเดือนมีนาคมโดยเฉพาะที่ภูวัว ปีหนึ่งมีเกือบ 5,000 รัง ภูสิงห์สามถึงสี่พันรังภูทอกใหญ่ประมาณ 8,000 รัง ภูทอกน้อยที่ข้าพเจ้าอยู่นี้ประมาณ 500 รัง พวกนักเอาผึ้งเขารู้ดี พวกเขาประมูลจากรัฐบาลปีหนึ่งตกหมื่นบาท วิธีเอาผึ้งพวกเขาใช้เชือกหวาย 4 ถึง 6 เส้น ขวั้นผูกต่อกันยาวร้อยเมตรสองร้อยเมตร ตามแต่ขนาดของหน้าผาเสร็จแล้วเอามาเลี่ยนเป็นเส้นขนานมัดผูกกันไปแล้วผูกบันไดติดให้คนไต่ลงไปเอาได้ง่าย ทำที่สำหรับผู้จะหย่อนลงไปนั่งให้พอเหมาะ จากนั้นก็ขึ้นบนยอดเขาแล้วหย่อนลงไปตามหน้าผาที่มีผึ้งอยู่ ผู้ที่จะลงไปเอาต้องใส่ชุดที่ยัดนุ่นสำลีให้ดีกันผึ้งต่อย แล้วค่อยลงไปตามสายบันได พอถึงที่พวกอยู่ข้างบนก็จะหย่อนคบเพลิงพร้อมด้วยกระเช้าใส่รังผึ้งไปพร้อม พอถึงเจ้าหมอนั้นก็จะจับคบเพลิงรมที่รัง  แม่ผึ้งตัวไหนรักตัวกลัวตายก็บินหนีไป ตัวไหนหวงน้ำหวานและลูกอ่อนก็ยอมตายอยู่กับรัง พิจารณาแล้วไม่แปลกอะไรกับนักปล้นฆ่าชิงทรัพย์ ตัวที่หนีก็มาก ตัวที่ยอมตายก็มากเช่นกัน เห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ เมื่อแม่ผึ้งตายหรือหนีหมดแล้ว เขาก็ใช้มีดแหย่ที่รังให้ตกลงที่อู่ที่รองไว้แล้วก็ร้องให้คนข้างบนดึงขึ้นทำน้ำหวานต่อไป เขาทำเช่นนี้จนกว่าจะหมดรังผึ้งที่มีอยู่ในเขาแต่ละลูก ๆ ถ้าหากสายบันไดขาดพวกเอาผึ้งก็ไม่มีหวังอยู่ได้รอด

      ที่เอาเรื่องคนเอาผึ้งมาเล่าสู่ฟังนี้ก็เพราะพวกเขาทราบว่าข้าพเจ้าจะจ้างคนทำสะพานรอบเขา พวกเขาจึงมาสำรวจดูเผื่อว่าพวกเขาอาจจะทำได้ เมื่อไปสำรวจดูได้เห็นแล้ว พวกเขาไม่มีความสามารถจะทำได้ มันไม่เหมือนเอาผึ้งจะใช้สายบันไดหย่อนลงมันไม่ถูกที่ที่จะทำสะพาน จะห้อยโหนโยนอู่แล้วเจาะมันก็ทำไม่ได้ ปรึกษาพิจารณากันแล้วจึงยอมแพ้ขอลาข้าพเจ้ากลับบ้าน

ภูทอก
  

       ใกล้จะเข้าพรรษา ข้าพเจ้าได้ทดสอบดูวิธีที่จะทำสะพานไปตามหน้าผา ตามทฤษฎีของข้าพเจ้าให้พระเณรและชาวบ้านดู และก็ได้ทราบแน่ว่าทฤษฎีของข้าพเจ้าทำได้แน่ ๆ เว้นเสียแต่ประมาท ต้องคนกล้าหาญและมีเชาว์ด้วยจึงจะทำได้ ครั้งแรกก็มีคนสมัครทำด้วยเพียง 2 – 3 คน  พอทำได้สองส่วนยังอีกส่วนหนึ่งจะเสร็จ เห็นว่าทำวิธีนี้ไม่มีอันตรายเกิดขึ้น จึงมีคนสมัครทำเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะแล้วที่หน้าผาชัน ๆ โดยมากแล้วจะเป็นพระเณรเข้าทำจนสำเร็จเป็นสะพานรอบเขาไม่มีอันตรายใด ๆ เกิดขึ้น ทำไปด้วยความสนุกสบายไม่มีเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ดูหน้าตากล้าหาญ ยิ้มแย้มแจ่มใสใจผ่องเพราะทำอยู่บนอากาศ ลมพัดเย็นเฉื่อย ๆ  ไม่เหนื่อย ไม่ร้อน พักผ่อนภาวนาไปพร้อม

      ที่ผาชัน ๆ พวกฆราวาสโดยมากไม่กล้าทำ ถ้าปล่อยให้แต่ฆราวาสทำเขาไม่กล้าเลยต้องถอยกลับพวกเขากลัวตายและกลัวสิ่งที่เขาคิดกลัวคือสิ่งที่ตามองไม่เห็น เขาเล่าให้ฟังว่า พอมองดูในที่ที่จะทำสะพานไปมันเกิดขนลุกขนพอง เกิดกลัวตัวสั่น หัวหด ใจหวิว ตัวสั่นไปหมดเลยเหมือนจะจับไข้หรือเหมือนผีเข้าเจ้าทรงเอาเข้าจริง ๆพวกเขาไม่สามารถทำได้ที่ผาขัน ๆ นี้ต้องอาศัยสามเณรเป็นกำลังสำคัญ ที่หน้าผาชัน ๆ สำคัญ

      เช่นนี้ปล่อยให้ฆราวาสเขาทำไปไม่ได้ต้องเอากำลังพระเณรเข้าบุกจึงจะสำเร็จทุกแห่งไปถ้าที่ไหนไม่สำคัญก็ให้ฆราวาสเขาเจาะหินต่อไป ถ้าหากมีฆราวาสบางคนเขาสมัครทำต้องให้พระเณรสอดแทรกไปทำด้วย เพราะฆราวาสเขาไม่ค่อยชำนาญในการอบรมใจให้เป็นสมาธิเหมือนกับพระเณรซึ่งได้อบรมเป็นประจำ กำลังใจนี้เป็นสิ่งสำคัญ ถ้ายิ่งทำให้ใจเป็นสมาธิอย่างแน่วแน่แล้วก็ยิ่งทำให้เกิดมีพลังอันยิ่งใหญ่หาประมาณมิได้ อาจสามารถนำไปทำประโยชน์ให้สำเร็จได้ทุกประการ

      เมื่อทำสะพานชั้นกลางสำเร็จแล้ว ก็ทำให้เกิดประโยชน์ได้หลายประการ อาทิเช่น เป็นสถานที่ที่ทำวิเวกทำความพากเพียรเผากิเลสไม่จำกัดเพศใช้ได้ทั้งพระเณรเถรชี เพราะมีที่หลบซ่อนเร้นแดดร้อน ลมพัดได้อย่างสบาย มีที่หลบซ่อนไปเป็นแห่ง ๆ จะใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนอารมณ์ก็เหมาะสมจะใช้เป็นสถานที่เที่ยวทัศนาจรดูลมชมวิวตามธรรมชาติ ลมพัดเย็นสบายหายเหนื่อย แม้เมื่อยมาที่นี่แล้วก็หาย ไม่ต้องใช้พัดลมไปให้ยุ่งยากเปิดปิด ใช้แอร์ธรรมชาติอากาศเย็นสบายหายกังวล อากาศธรรมชาติที่บริสุทธิ์ย่อมเป็นยาโอสถเอกขนานหนึ่ง ตัวอย่างเห็นด้วยตามาแล้ว มีโยมแก่คนหนึ่งแกเป็นโรคหืดมาแล้วหลายปียิ่งตอนฤดูฝนยิ่งทรมานหนักแกเข้าโรงพยาบาลเป็นประจำ ยายแกเล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่เป็นโรคหืดมาแล้วได้ 17 ปี กินยาอะไรก็ไม่เคยหายสักที ยิ่งฤดูฝนยิ่งหายใจลำบาก มันขึ้นมาปิดลำคอเวลาเป็นขึ้นมาคิดอยากจะให้มันตายไปเสีย แต่มันก็ไม่ตาย ต้องทรมานทรกรรม

ภูทอก

      เมื่อปี พ.ศ.2517  ยายแกมาพักผ่อนภาวนาอยู่ที่ภูทอกสิบกว่าวัน ได้ไปนั่งสูดลมบริสุทธิ์ที่สะพานตามหน้าผาทุกเช้าเย็น พอแกกลับบ้านแล้วภายหลังแกกลับมาเล่าสู่กันฟังว่า โรคหืดของอีฉันหายเลยท่านนับตั้งแต่ไปนั่งภาวนาสูดอากาศบริสุทธิ์ที่สะพานหน้าผาของท่าน อาการโรคหืดหายเหมือนปลิดทิ้ง แม้ขณะนี้ก็ไม่มีโรคหืดปรากฏ หายสบายดีจริง ๆ นะท่านคุณยายได้พูดอวดคนทั้งหลายที่แกได้สนทนาด้วยว่า อยากหายจากโรคหืดให้ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ภูทอก นั่งวิเวกภาวนาตากอากาศตามสะพานรอบเขาหรือที่แห่งใดแห่งหนึ่งก็หาย คุณยายย้ำอีกว่า อากาศที่ภูทอกนี้เป็นอากาศโอสถจริง ๆ นะท่านข้าพเจ้าตอบยายว่า เรื่องนี้อาจเป็นจริงไปได้ เพราะอากาศบริสุทธิ์ อาจเป็นยาโอสถบำบัดโรคได้ชนิดหนึ่งไม่แพ้ยาอื่น ๆ ในขณะเดียวกัน โยมก็เป็นผู้ตั้งใจภาวนาเป็นประจำ อาจจะหมดกรรมหมดเวรโรคหืดก็เลยหายไปเอง ขอให้คุณโยมตั้งใจปฏิบัติไปเรื่อย ๆ นี่แหละผลของการปฏิบัติธรรม สมกับธรรมช่วยรักษาผู้ปฏิบัติธรรมไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว จงเห็นเป็นตัวอย่างดังที่โยมได้รับอยู่เดี๋ยวนี้

      โยมยายแกได้ฟังอธิบายเล็กน้อยแกก็ดีใจสาธุอนุโมทนาชักอนิจจาบังสุกุลหาโรคหืดไม่ให้กลับฟื้นคืนมาอีกต่อไป จากนั้นแกก็ตั้งใจปฏิบัติภาวนาไปมิให้ขาดท่านผู้ฟังทั้งหลายขอจงพิจารณาเอาเองเถิดจึงจะเป็นบ่อเกิดของปัญญา

      กำลังสร้างสะพานไปอยู่ก็มีเรื่องแปลก ๆ คือเรื่องนินทาสรรเสริญ พวกที่นินทาหาว่าโง่เง่าเขลาปัญญาไม่รู้ความตาย หากพลาดตายลงไปใครเล่าจะว่าดี มีแต่คนเขาจะนินทาด่าว่าเย้ยหยันประการต่าง ๆ บ้าไม่เข้าเรื่อง อวดดีทีเด่นทำสะพานรอบเขา เดี๋ยวคนเดินสะพานตกตายจะเป็นโทษผู้ทำสะพานให้คนตกตายนะท่าน นี่อยู่ดี ๆ  หาเอาเรื่องเอาโทษใส่ตนเองไม่เข้าท่า ภาวนาเอาบุญไม่ดีหรือ อย่างนี้ก็มี สุดแท้แต่เขาจะด่าว่าจะนินทาไป เพราะเขาไม่รู้แง่ดีอย่างใด อย่างหนึ่ง บางรายก็ประกาศกันไปว่า พวกเราคอยดูไม่นานหรอกพวกทำสะพานจะตกตายแน่ ๆ จะได้ทำศพชักอนิจจังบังสุกุล ทำให้ยุ่งไม่เข้าเรื่อง อย่างนี้ก็มีมีทั้งพระเณรเถรชี พวกนี้ไม่ให้ความสนับสนุนเลยแม้แต่นิดหน่อย คอยแต่จะชักอนิจจาบังสุกุลเท่านั้น เขาย่อมไม่มองเห็นแง่เคล็ดลับวิธีและความสามารถของผู้ทำคนจำพวกนี้เข้าใจว่าตนทำไม่ได้ คนอื่นก็ทำไม่ได้เช่นกันกับเรา คนจำพวกนี้เข้าใจไปเช่นนั้นจึงปั้นเรื่องขึ้นมาโจมตีพวกทำสะพานรอบเขาอย่างขนาดหนัก บางพวกก็ว่าดีถ้าทำได้ เพราะว่าเป็นของแปลกที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจะเป็นศิลปกรรมของโลก แต่จะอย่างไรก็ดีข้าพเจ้าไม่ยินดียินร้ายกับคำสรรเสริญนินทาของใคร ๆ ตั้งใจทำไปกับพรรคพวกมีพระเณรและญาติโยมผู้สามารถจนสำเร็จเป็นสะพานรอบเขาในวันสำคัญในทางพุทธศาสนาพระเณรเถรชี  ญาติโยมเดินเวียนเทียนรอบ ๆ เขา ไปตามสะพานด้วยความสะดวกสบายดีทุก ๆ อย่าง

      ในปีต่อมาได้ยกพื้นเก่า ๆ ที่ทำมาแล้วให้ได้ระดับเดียวกันและแน่นหนาถาวรขึ้นกว่าเดิม และได้เพิ่มตัวไม้เข้าเป็นจำนวนมากและได้ทำที่พักผ่อนตามสะพานรอบเขาไปในตัวเลย

      เขาลูกนี้ถ้าจะนับเป็นชั้น ๆ มี 7 ชั้น ชั้นที่มีสะพานมีอยู่ 3 ชั้น คือ ชั้นที่ 4-5-6 แต่ละชั้น ๆ สูงห่างกันประมาณ 20 – 30 เมตรก็มี ตามภูเขาและตามธรรมชาติของภูเขา ฤดูแล้งปี 2517 ได้ทำสะพานชั้นที่ 4 ชั้นนี้ของแม่ชี เพราะพวกแม่ชีขึ้นไปวิเวกทำความเพียรไม่ขาด มีถ้ำและที่พักผ่อน หลบแดดหลบฝนเป็นแห่ง ๆ แต่ไม่ได้ทำรอบเขา ทำครึ่งเขาแล้วต่อบันไดขึ้นชั้นที่ 5 คือชั้นกลางไปได้อย่างสบายเลย หาที่หลบซ่อนวิเวกที่ไหนได้อย่างสบายสงบสงัดอากาศเยือกเย็นอย่างสบาย ชั้นที่ 4 นี้เป็นชั้นของคณะแม่ชี มีที่หลบร้อนผ่อนเย็นได้อย่างสบายใช้ได้ทั้งร้อนทั้งหนาว และมีที่หลบฝนเป็นแห่ง ๆไป อากาศปลอดโปร่งทุก ๆ เวลา ระยะความยาวประมาณ 20 เส้น เป็นสถานที่วิเวก และมีปลีกย่อยอีกหลาย ๆ แห่งตามแนวเขา

      ชั้นที่ 5 คือชั้นกลาง มีที่พักหลบร้อนหลบหนาวตากอากาศได้มากกว่า 20 แห่ง มีอากาศปลอดโปร่งกว่าชั้นที่ 4 เพราะสูงขึ้นไปอีกวัดโดยรอบได้ 27 เส้นมีทิวทัศน์แจ่มจรัสชัดเจนเย็นตาเย็นใจแก่ผู้ทัศนาเดินไปมาสะดวกไม่มีอันตราย เว้นแต่คนบ้าไม่มีสติรักษาตัวอวดดีให้คนยกย่องว่าคนเด่นกระโดดลงตรงไหนก็ตามเช่นนี้แล้วไม่ต้องถาม ถึงต้องตายแน่ ๆ เพราะสะพานนี้ได้ให้นามว่าสะพานนรกสวรรค์ เพราะถ้าใครข้ามไปพ้นรักษาตนให้ดีประคองตนด้วยการภาวนา พุทโธ ๆ  สุคโต ๆ ต้องเป็นผู้ไปดี สุขสนุกสบายเหมือนเดินอยู่ในสวรรค์ แต่ถ้าใครไม่ดีคลุกคลีคะนองไม่มีสติค่อยประคองรักษาไม่ภาวนาพุทโธ ๆ สุคโต ๆ เป็นผู้มีสติโลเลไปมาไม่สงบเสงี่ยมเรียบร้อย อวดเด่นอยากให้เห็นความกล้าหาญ เดินพลุกพล่านไม่ระวังจะต้องตกนรกที่ว่านั้นแน่นอน
    

      การก่อสร้างสะพานชั้นที่ 6 ได้เริ่มในปี 2517 เป็นลำดับมา สะพานชั้นนี้มีอากาศบริสุทธิ์ละเอียดเบากว่าทุกชั้น มีที่พักและถ้ำเงื้อมหินเป็นแห่ง ๆ ไปจนรอบเขา มีธารน้ำตกเล็ก ๆ เป็นสายธารไหลอยู่ตลอดฤดูฝน ชั้นนี้วัดได้รอบ 20 เส้น ถ้ามีโอกาสเชิญไปชมอุดมธรรมชาติก็ได้ หนีความชุลมุนวุ่นวายของสังคมแวะไปรื่นรมย์สวรรค์กันบ้างจะดีไม่น้อยเพราะว่าตาไม่ได้เห็นหูได้ยิน มันไม่สิ้นสงสัย ฟังไปเดาไปมันไม่หายสงสัยเหมือนเห็นด้วยตา ปัญญาก็ไม่เกิดจะประเสริฐอะไร ความนึกคิดผิดกับตาเห็นเป็นไหน ๆ หากไปเห็นแล้วจะเกิดความคิดสะกิดปัญญาเกิดผลคุ้มค่ากว่าที่ไม่ได้ไปเห็นเอง การทัศนะศึกษาธรรมชาติย่อมเป็นบ่อเกิดของปัญญาได้เหมือนกัน

หลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ
    

      ในทางพระพุทธศาสนาพระพุทธเจ้าทรงแนะนำให้พระภิกษุแสวงหาที่วิเวกอยู่ตามป่าตามร่มไม้ ตามเรือนว่างเปล่าและถ้ำเงื้อมหิน ให้เธอพึงซ่อนเร้นอยู่ในที่สงบสงัดปราศจากความคลุกคลี เว้นจากธรรมารมณ์ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ให้แสวงหาความวิเวกอยู่ตามที่สงัดต่าง ๆ  ทำความเพียรเหมือนโคที่ไม่มีหนังหุ้มห่อร่างของมัน มันจะกลัวอันตรายมากมาย เช่น กา กิ่งไม้ แมลงวัน เป็นต้น จะมาจิกหรือทิ่มเนื้อมัน มันจึงเอาตัวของมันไปหลบซ่อนอยู่ตามเงื้อมผา เป็นต้น เวลามันออกหากินก็จะออกหากินในที่ลับ ๆ กะว่าจะไม่มีอันตรายจนกว่าหนังของมันจะงอกหายเป็นปกติ จึงจะหากินในที่แจ้งโดยเปิดเผย แต่ถึงอย่างไรมันก็หากินด้วยความระมัดระวัง แม้ฉันใด ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ให้พวกเธอพึงถือเอาเหมือนโครักษาหนังอย่าประมาทความประมาทเป็นช่องทางของความไหลมาแห่งความฉิบหายฉะนั้น ท่านจึงว่าความประมาทเป็นทางแห่งความตาย ความไม่ประมาทเท่านั้นที่จะนำไปสู่ความเจริญ จงเป็นผู้มีสติประคับประคองตัวเองให้บริสุทธิ์อยู่เสมอ กลัวกาหรืออีแร้งคือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ จะรุมจิกกิน ประคับประคองตนปรารภความเพียรอย่าประมาท ย่อมจะถึงที่สุดยอดของพระธรรมวินัยคือ พระนิพพานได้ในที่สุด เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงแนะนำให้ภิกษุเอาเยี่ยงอย่างโคผู้สงวนหนังดังกล่าว ถ้าหากการอาศัยอยู่ตามป่าตามเขาเป็นภัยอันตรายแก่ภิกษุผู้บวชไว้ว่า  ดูกรภิกษุทั้งหลายผู้บวชแล้วอย่าพากันเข้าป่าเน้อเพราะป่าเป็นข้าศึกกับผู้เจริญสมณธรรม พวกเธออย่าอยู่ป่า อย่าอยู่ถ้ำ อย่าอยู่ป่าช้าอย่าอยู่เรือนว่าง เพราะจะเป็นอันตรายแก่พวกท่าน แต่นี่พระพุทธองค์ท่านสอนตรงกันข้ามคือให้อยู่ป่าเจริญสมณธรรมให้อาศัยธรรมชาติแล้วจะก่อให้เกิดปัญญา ขออภัยท่านผู้ฟังด้วยที่พระโง่อยู่ป่าเช่นข้าพเจ้าได้อธิบายไปเท่าที่จะรู้แจ้งด้วยตนเองมาเล่าสู่กันฟัง
    

      การสร้างสะพานที่กล่าวมาแล้วนั้นก็ได้สร้างตามแนวธรรมชาติ ไม่เสียธรรมชาติ รักษาธรรมชาติ เห็นว่าธรรมชาติที่เป็นเองเห็นว่าพอที่จะอาศัยวิเวกบำเพ็ญเพียรหลบซ่อนสะดวกสบายมีอยู่ หากเราทำสะพานไปตามแนวธรรมชาติที่เป็นเอง มีถ้ำและหน้าผาหลบฝนหลบแดดไปเป็นแห่ง ๆ เพราะเห็นประโยชน์และคุณค่าหลายอย่าง ใจจึงคิดสร้างสะพานห้อยโหนอยู่หน้าผารอบเขาเป็นที่อยู่อาศัยวิเวกเจริญสมณธรรมตามประสาของผู้อยู่ป่าอยู่เขา พวกอยู่บ้านในเมืองในกรุงก็สร้างอยู่ในเมืองในกรุง พวกอยู่ป่าอยู่เขาก็สร้างป่าสร้างเขาเพื่อผลประโยชน์ในการอยู่สบายเป็นราย ๆ ไป และชื่อว่าได้ร่วมมือร่วมใจกันทำประโยชน์ให้เกิดขึ้นแก่พระศาสนาและแก่ประชาชนในถิ่นนั้น ๆ ทั้งในด้านวัตถุและด้านจิตใจ รวมความก็คือ ประโยชน์ในปัจจุบัน ประโยชน์ภายภาคหน้า และประโยชน์อย่างยิ่งคือพระนิพพานประโยชน์อื่นที่ปลีกย่อยออกไปก็ไม่พ้นประโยชน์ทั้ง 3 นี้

หลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ ศาลาชั้น 5 ภูทอก

      คนบางพวกบางเหล่ามีทั้งพระและข้าราชการเป็นต้นไม่เข้าใจการอยู่ป่าของพระธุดงค์กัมมัฏฐานว่านั่งหลับหูหลับตาไม่เกิดประโยชน์อันใด ถ่วงความเจริญของชาติและศาสนายิ่งสมัยนี้บ้านเมืองมีก่อการร้าย ก็ยิ่งเพิ่มความสงสัยเข้าไปอีกว่า พระธุดงค์ผู้ อยู่ป่าอยู่เขาเป็นพระผู้ก่อการร้ายหรือไม่ก็เป็นพระหัวหน้าผู้ก่อการร้ายเรื่องเหล่านี้เคยมีมาแล้วและข้าพเจ้าก็เคยถูกพวกที่ว่าเขาใส่ร้ายป้ายสีว่า “พระพวกก่อการร้าย “เป็นพวกเข้าใจแบบบ้า ๆ บอ ๆ นี้โลกเขาว่าคนเศษมนุษย์ ไม่ใช่มนุษย์แท้ เขาไม่เข้าใจหลักมนุษยธรรม ถ้าเขาเป็นนักบวชก็เป็นนักบวชอยู่ในศีลในธรรม ถ้าเป็นฆราวาสก็เป็นฆราวาสอยู่ในศีลธรรม เพราะเขาพวกนี้ศึกษาในตัวศีลธรรมตามหลักศาสนาเป็นประจำวัน และพยายามฝึกหัดตนอยู่ในแนวศีลธรรม พวกที่ไม่เข้าใจศีลธรรมก็เท่ากับไม่เข้าใจพวกของมนุษย์ศีลธรรม ผลที่สุดพวกเขาก็ไม่รู้หลักความจริงนี้เองเป็นผู้ทำลายศีลธรรมอันดีงามของมนุษย์ทำลายมนุษย์ธรรมเมื่อหมดมนุษยธรรมก็เท่ากับทำลายชาติ ศาสนาอันเป็นที่รักยิ่งของเราเท่านั้น ผลที่สุดในโลกนี้ก็จะคงยังเหลือแต่พวกผู้ก่อการร้ายคอยทำลายล้างผลาญโลกให้ฉิบหายเท่านั้น ฉะนั้นไม่ควรเข้าใจผิดว่า พระธุดงค์อยู่ป่าอยู่เขาไม่ได้อยู่ในเมืองเป็นพระจรจัดหาหลักฐานไม่ได้ เป็นพรหัวหน้าผู้ก่อการร้าย คนผู้เข้าใจผิดเช่นนี้เท่ากับทำบาปให้แก่ตนเองและยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองนั้นแหละเป็นผู้ก่อการร้าย ไปทำลายผู้อื่นให้เดือดร้อนไปด้วยเชิญเถิดท่านทั้งหลายเชิญมาร่วมผู้ทำประโยชน์ให้ทำประโยชน์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป คอยปรับปรุงอบรมบุคคลผู้ที่ยังไม่รู้จักทำประโยชน์ให้รู้จักทำ คอยกีดกันผู้ที่ทำลายประโยชน์เหนี่ยวรั้งความเจริญให้หายไปจากโลกนี้เสีย ดังนั้นโลกก็จะประสพแต่ผลประโยชน์ทั่วหน้ากันไม่ว่าอยู่ในที่ไหน เพศใด ในบ้าน ในป่า  ในกรุง เมื่อต่างคนต่างมุ่งทำประโยชน์แก่กันและกันอยู่เหล่าศัตรูผู้ก่อการร้ายก็จะหายไปเอง ไม่ต้องเที่ยวโฆษณาหาเรื่องใส่ร้ายป้ายสีคนนั้นคนนี้ มันเป็นการทำลายสามัคคีและทำลายเจตนาอันดีงามของคนมุ่งหวังทำประโยชน์อันดีงาม ตาไม่ได้เห็น หูไม่ได้ยิน ลิ้นปากพูดไป เห็นคนหูไวใจเบานั้นคือคนสมองสัตว์ ปราศจากเหตุผล ฉะนั้นเรียกว่ามนุษยธรรมไม่ได้ จะเรียกได้ก็เฉพาะว่า “ มนุษย์ดิรัจฉาน มนุษย์เปรต มนุษย์ยักษ์เท่านั้น

      โลโก ปฏฐมฺภิกาเมตตา เมตตาเท่านั้นเป็นเครื่องคุ้มครองโลกหรือท่านผู้เจริญเมตตาคือท่านผู้อยู่ในศีลบำเพ็ญธรรมนั้นเอง ศีลธรรมก็คือเมตตานั้นเอง พระพุทธเจ้าท่านเต็มไปด้วยพระมหากรุณาธิคุณหาประมาณมิได้ พระองค์บริสุทธิ์ในเบื้องต้นคือศีลบริสุทธิ์ในท่ามกลาง คือ สมาธิ บริสุทธิ์ในที่สุดคือปัญญา ผู้มีปัญญาจะไม่ทำความชั่วให้เกิดขึ้นทั้งแก่ตัวและผู้อื่นโดยเด็ดขาด ผู้มีศีลธรรมย่อมมีหริความละอายโอตตัปปะความสะดุ้งกลัวต่อบาปทั้งในที่ลับและที่แจ้งท่านผู้อยู่ในศีลประพฤติธรรมย่อมบริสุทธิ์ทั้งในเบื้องต้น ในท่ามกลางและในที่สุด เบื้องหน้าแต่กายแตกตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติไม่ต้องมีความสงสัยแต่อย่างใด ยิ่งสมัยนี้สังคมของโลกพากันนิยมไปต่าง ๆ นานา การศึกษาก็ยิ่งออกห่างจากศีลธรรม จนไม่รู้ว่าอะไรเป็นศีลธรรม ศีลธรรมดีอย่างไร อันนี้เขาไม่ค่อยสนใจ ซ้ำยังหาว่าเป็นของครึล้าสมัยไปเสียอีกทันสมัยของเขาก็คือ สังคมสุรา สังคมบาป สังคมการพนันต่าง ๆ สังคมคอยทำลายล้างผลาญกัน เหล่านี้คือสังคมที่โลกเขานิยมกัน แต่ผลที่ได้ก็คือการทำลายชีวิต ริษยาซึ่งกันและกัน ยิ่งนิยมมากเท่าไรก็ยิ่งทำลายวัฒนธรรมอันดีงามของชาติมากขึ้นเท่านั้น ผลร้ายที่สุดก็คือเขากำลังทำลายตัวเองของเขาเองให้หายนะเสื่อมลงอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
    

      สะพานทุกชั้นที่ทำ ผู้ทำก็เล็งเห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น ถ้าคิดว่าไม่เป็นประโยชน์แล้วจะเสียเวลาเสียค่าแรงทำไปทำไม แม้สัตว์มีนกเป็นต้น ที่มันทำรวงรังอยู่บนต้นไม้ มันก็เห็นประโยชน์ของมัน มันจึงทำไม่ว่าสัตว์น้ำ สัตว์บก สัตว์อยู่ถ้ำ อยู่รู ต่างก็เห็นประโยชน์แก่ตนพวกพ้องของตนทั้งนั้น ส่วนมนุษย์เราซึ่งได้นามว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ มีปัญญาวิวัฒนาการกว่าสัตว์ทุกประเภท พระพุทธเจ้าตรัสยกย่องว่าเป็นผู้อยู่ในฐานะอันเลิศ เพราะเหตุว่า มรรคผลนิพพานก็ตั้งอยู่ในหนทางที่มนุษย์จะพึงได้ ความบริสุทธิ์เศร้าหมองก็อยู่ในหมู่มนุษย์นี่เอง แต่เลิศที่สุดในทางธรรมหมายเอาผู้รู้ตน ผู้ฝึกตนดีแล้ว ผู้ชนะตน คือท่านผู้ชนะกิเลส ตัดขาดจากสันดานโดยประการทั้งปวงไม่ต้องกลับมาเกิดในโลกนี้อีกสมกับคำว่า ความชนะกิเลสของเราจะไม่กลับมาเป็นแพ้อีก ทุกข์ของเราได้สิ้นสุดลงแล้ว บัดนี้ไม่มีทุกข์อีก ท่านผู้เช่นนี้เรียกว่าท่านผู้ตั้งอยู่ในอัครฐานะ สมควรแท้ที่จะเป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ท่านผู้เช่นนี้ว่าเป็นผู้ทำประโยชน์ขั้นสุดยอดของสัตว์โลกทุกทั่วหน้า ผู้ที่ต้องการความสุขจากท่านสมควรแท้ที่จะแสวงหากับท่านผู้เช่นนั้น ส่วนมนุษย์ผู้ไม่รู้จักทำประโยชน์ของกันและกันทั้งประโยชน์ในโลกนี้โลกหน้าและประโยชน์ที่สุดคือ พระนิพพาน คอยพยายามหาความขัดขวางรั้งเหนี่ยวไม่ให้ใครทำความดีอย่างผู้ขัดขวางการทำสะพานหน้าผารอบเขาภูทอกเป็นต้น มนุษย์ที่ไม่ฝึกตน ไม่ทำประโยชน์ให้เกิดแก่ตนและผู้อื่น ผลร้ายย่อมเกิดขึ้นแก่ทั้งสองฝ่ายเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า เป็นผู้เกิดมาเป็นมนุษย์เสียเปล่า เป็นผู้เปล่าประโยชน์มนุษย์พวกนี้ข้าพเจ้าขอเรียกว่า มนุษย์ผู้ก่อการร้ายผู้ทำลายประโยชน์ อีกอย่างหนึ่งการที่มนุษย์เป็นแต่พูดนึกคิด ไม่ลงมือฝึกจิตให้ชโลมไปด้วยธรรมะ จิตมันเปล่าไม่มีอะไรเป็นเครื่องยึด ก็ไปเข้าใจเอาว่าคนอื่นก็คงจะเหมือนกับตัวเอง ส่วนผู้ฝึกกายวาจาใจในทางภาคปฏิบัติเริ่มบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ทั้ง 3 ประการคือ ประโยชน์ในโลกนี้ ประโยชน์ในภายภาคหน้า และ ประโยชน์อันสุดยอดคือพระนิพพาน เขาย่อมเป็นผู้ไม่ว่างจากประโยชน์ถ้าหากยังไม่นิพพาน เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก ย่อมเข้าสู่สุคติโลกคือ สวรรค์

หลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ ภูทอกชั้นที่ 5
    

      การสร้างสะพานชั้นที่ 6 นี้ทำวิจิตรพิสดารมั่นคงถาวรดี อากาศละเอียดมากติดกับหลังเขาชั้นบนห้อยโหนอยู่บนอากาศหากเราเดินอยู่บนสะพานชั้นที่ 5 แหวนหน้าขึ้นไปดูจะเห็นสะพานชั้นที่ 6 ยาวเหยียดอยู่บนศีรษะของเรา ถ้ามีพระเณรหรือผู้คนเดินอยู่ก็จะเห็นเหมือนกับเดินอยู่บนอากาศจะร้องเรียกถึงกันก็จะได้ยินชัดพอถึงวันเทศกาลสำคัญเช่น วันมาฆบูชา วิสาขบูชา วันปีใหม่ วันเข้าพรรษา เป็นต้นคณะอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลายซึ่งมีพระเณรเป็นหัวหน้าจะเดินเวียนเทียนไปตามสะพานรอบเขาทุก ๆ ชั้น มองดูจากที่ที่ไกลจะเห็นแสงเทียนส่องแสงแวบวับวอมแวม เรียงกันเป็นแถวยาวเหยียดไปตามหน้าผาแต่ละชั้น เห็นภาพผู้แสวงบุญสลัว ๆ เคลื่อนไปตามกันอย่างช้า ๆ บรรยากาศขาวนวลจากแสงจันทร์เพิ่มความสนเท่ห์มหัศจรรย์แก่ผู้ทัศนาเป็นอย่างมาก จะหาดูที่ไหนไม่มีอีกแล้วในโลกนี้ นอกจากนี้วัดถ้ำภูทอกของข้าพเจ้าเท่านั้น
    

      เราต้องพยายามบำเพ็ญความเพียรกันไป อย่าทอดทิ้งความเพียร วันหนึ่งผลสำเร็จก็ต้องเป็นของเรา ถึงจะไม่ถึงที่สุดในชาตินี้ แต่ก็จะเป็นนิสัยปัจจัยติดตัวเราไปในชาติหน้าภพหน้า ขอให้บำเพ็ญต่อไปเถอะ

ภูทอก










 




วัดเจติยาคิรีวิหาร (ภูทอก)

ประวัติความเป็นมาของภูทอก article
วัดเจติยาคิรีวิหาร ( ภูทอก ) และสถานที่ควรวิเวกโดยรอบ article
เจดีย์พิพิธภัณฑ์หลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ article
สวนเจติยาคีรีวัน article
ห้องพิพิธภัณฑ์ article
มณฑปพระธาตุหลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ article
พระธาตุหลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ article



dot
พระมหาธาตุ,พระบรมสารีริกธาตุ
dot
bulletเรื่องของพระบรมสารีริกธาตุ
dot
พระอสีติและพระอรหันตธาตุ
dot
dot
พระธาตุบูรพาจารย์ในยุคปัจจุบัน
dot
dot
เจดีย์พระธาตุทั่วไทยและทั่วโลก
dot
dot
หมวดหมู่สินค้า บุษบก บุษบกมาลา
dot
บุษบกมาลา
bulletบุษบกน่ารู้
bulletบุษบก BBC-02 A-B
bulletบุษบก BBC-04
bulletบุษบกมาลา
bulletบุษบก ขนาด 5 นิ้ว
bulletบุษบก ขนาด 6 นิ้ว
bulletบุษบก ขนาด 10 นิ้ว
bulletบุษบก ขนาด 15 นิ้ว
bulletบุษบก ขนาด 17 นิ้ว ปิดทอง
bulletบุษบก ขนาด 17 นิ้ว พ่นทอง
bulletบุษบก ขนาด 21 นิ้ว
bulletบุษบก ขนาด 25 นิ้ว
dot
หมวดหมู่สินค้า ผอบใส่พระธาตุ
dot
bulletผอบทรงโถน้ำมนต์
bulletผอบเลนส์ขยาย
bulletผอบขนาดเล็ก
bulletผอบ PC-07
bulletผอบ PC-09
bulletผอบ PC-15
bulletผอบทรงสูง PTC-12
bulletผอบทรงสูง PTC-15
bulletผอบขนาดใหญ่ 9 นิ้ว
bulletผอบแก้วคริสตัล
dot
หมวดหมู่สินค้า เจดีย์ใส่พระธาตุ
dot
bulletเจดีย์ JC-01
bulletเจดีย์ JC-02
bulletเจดีย์ JC-03
bulletเจดีย์ JC-05
bulletเจดีย์ JC-06
bulletเจดีย์ JC-07
bulletเจดีย์ JC-09
bulletเจดีย์ JC-12
bulletเจดีย์ JC-15
bulletเจดีย์ JC-22
bulletเจดีย์คริสตัล 5 นิ้ว
bulletเจดีย์ผอบ
dot
หมวดหมู่สินค้า งานลงยาโบราณ
dot
bulletงานลงยาประดับสั่งพิเศษ
bulletเจดีย์ฐานกลมลงยา
bulletเจดีย์ฐานแปดเหลี่ยมเล็ก
bulletเจดีย์ฐานแปดเหลี่ยมใหญ่
bulletโกศบรรจุอัฐิธาตุ
bulletแก้วทรงดอกบัวตูม
bulletแว่นแก้วเล็ก
bulletฐานแปดเหลี่ยมยอดเจดีย์
bulletแปดเหลี่ยมผอบ 12 เซน.
dot
หมวดหมู่สินค้า สั่งทำพิเศษ
dot
bulletงานประดับลายไทยพิเศษ




Copyright © 2010 All Rights Reserved.

ร้าน บุษบกทองคำ
ที่อยู่ :  เลขที่ 31/101 ซอย ชินเขต 2 ถนน งามวงค์วาน.เขต :  หลักสี่ แขวง : ทุ่งสองห้อง
จังหวัด :กรุงเทพมหานคร     รหัสไปรษณีย์ : 10210
เบอร์โทร มือถือ :  0816489070
อีเมล : jedeethai@gmail.com
เว็บไซต์ :www.jedeethai.com