ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ทาน ศีล ภาวนา article

หลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ ภูทอก

 

ทาน ศีล ภาวนา

    การมาฟังธรรม คือ การมาแสวงบุญกันนั่นเอง เป็นการมาฟังเทศน์ฟังธรรมหรือมาคารวะพระรัตนตรัยตามประเพณีในทางพระพุทธศาสนาเมื่อมาแล้วอย่างนี้ก็ให้พากันมาตั้งอกตั้งใจคำว่าบุญและบาปซึ่งเป็นของให้ผลในทางตรงกันข้าม บาปให้ผลไปในทางทุคติบุญให้ผลไปในทางสุคติพระพุทธเจ้าของเราหรือพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์โดยมากท่านสั่งสอนให้โอวาทไว้ 3 ประการ คือ
  

       ข้อที่ 1 ให้ละบาปทั้งปวง
    

      ข้อที่ 2 ให้บำเพ็ญบุญกุศลทั้งปวงให้ถึงพร้อม
    

      ข้อที่ 3 ให้ชำระจิตของตนให้ขาวสะอาดให้บริสุทธิ์
    

      อันนี้เป็นน้ำคำ คำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย นี่เป็นสิ่งที่ควรสนใจศึกษาให้รู้ในเรื่องบาปและบุญในเรื่องของจิต ถ้าเราไม่ศึกษาให้รู้ให้เข้าใจในเรื่องบาปเรื่องบุญและเรื่องของจิต ก็ไม่รู้ว่าจะไปชำระบาปอย่างไรเพราะไม่รู้ว่าบาปนั้นเป็นอย่างไรและให้ผลไปในทางไหน ถ้าเราไม่ศึกษาให้เข้าใจเรื่องบุญ ไม่รู้ว่าจะบำเพ็ญบุญประเภทไหนและบุญประเภทไหนและบุญให้ผลเป็นอย่างไรและถ้าเราไม่รู้ว่าการชำระจิตบริสุทธิ์ ให้ความสุขอย่างไร มีผล มีคุณประโยชน์อย่างไร การที่ปล่อยจิตของตนให้เศร้าหมองเดือดร้อนไปด้วยกิเลสตัณหา เป็นโทษอย่างไรให้ทุกข์อย่างไรเหล่านี้ควรศึกษาและว่าบาปถ้าจะสรุป ท่านก็หมายเอาความเจตนาตัวเดียวเท่านั้นอย่างคำว่า เจตนาหํ ภิกฺขเว กมฺมํ วทามิ

      ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวว่า เจตนาหํ ภิกฺขเว ปาป วทามิ ความเจตนานั่นเองเป็นบาป ทางที่จะรั่วไหลของใจก็มีกายวาจาเท่านั้น คือ เจตนาไปในทางร้ายมันก็เป็นบาปทั้งนั้นเมื่อมีความเจตนา คือใจอันเป็นบาปแล้วทางที่จะรั่วไหลของใจออกมาก็มีกายมีวาจาเท่านั้น เช่น อย่างใจมีเจตนาไปในทางโลก คือ มีความโลภมีความโกรธ ความหลงเข้าครอบงำจิตใจแล้ว ใจนั้นก็เต็มไปด้วยสิ่งที่เป็นบาปเพราะความโลภความโกรธความหลงท่านเรียกว่าเป็นรากเหง้าของอกุศล คือ เป็นรากเหง้าเค้ามูลแห่งอกุศลทั้งมวล อกุศลคือบาปทั้งปวงถ้าหากมีอยู่ที่ใจของเราแล้วก็ทำใจของเราให้เศร้าหมอง ถ้ามีมากเป็นบาปอยู่อย่างหยาบ ๆ มีอยู่ในใจ เมื่อเต็มตื้นอยู่ในใจก็ล้นเหลือออกมาทางกายทางวาจาให้ทำบาป ถ้าล้นเหลือมาทางกายก็ทำบาปด้วยกายเรียกว่ากายกรรมสิ่งที่เป็นบาปมีการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดมิจฉาการเหล่านี้เป็นต้น ถ้าอกุศลมูลเหล่านี้ คือ ความโลภความโกรธความหลงที่เป็นบาปอย่างหยาบ ๆ ล้นเหลือมาทางวาจา ก็ทำให้พูดปดพูดคำหยาบพูดส่อเสียดพูดคำเพ้อเจ้อเหลวไหลไร้ประโยชน์เมื่อทำบาปด้วยกายด้วยวาจาอย่างนี้ผลของบาปนั้นก็นำไปสู่ทุคติอบายภูมิคือ นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน ที่จะให้ผลคือความสุขไม่มีเลย ฉะนั้น ท่านจึงให้ละบาปทั้งปวง บาปทั้งปวงที่มีอยู่ที่กายที่วาจาและที่ใจของเรานี้คือ ความเจตนานี่เองเป็นตัวบาป ให้วรัตงดเว้นจากสิ่งที่เป็นบาปมีวิรัตงดเว้นจากฆ่าสัตว์ วิรัตงดเว้นลักทรัพย์ วิรัตงดเว้นจากประพฤติผิดมิจฉากาม วิรัตงดเว้นจากพูดปดพูดคำหยาบพูดส่อเสียดพูดเพ้อเจ้อเหลวไหล วิรัตงดเว้นจากความโลภโกรธหลง ที่เป็นอกุศลมูลอย่างหยาบ ๆ อันเป็นเหตุให้ไปตกอบายภูมิ คือ นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน เมื่อละบาปอย่างนี้แล้วท่านไม่ให้ประมาท ไม่ใช่ว่าละบาปแล้วให้อยู่เฉย ๆ หาไม่ เมื่อละบาปออกจากกายและใจแล้ว ท่านให้เร่งบำเพ็ญบุญกุศลให้เกิดให้มีขึ้นคือบำเพ็ญทาน รักษาศีลเจริญภาวนาให้เกิดให้มีขึ้น ให้ตั้งความเพียรไว้ในการบำเพ็ญบุญกุศลให้ตั้งความเพียรไว้ในที่ชอบที่ดีอันประกอบไปด้วยองค์ 4 ประการ
    

      ปหานปธาน  เพียรละสิ่งที่เป็นบาปออกจากกาย ออกจากวาจา ออกจากใจของตน ด้วยความพอใจ ด้วยความพยายาม ด้วยปรารภความเพียร ด้วยเป้นผู้มีสติตั้งใจเป็นที่รู้ตัวอยู่เสมอ เพียรละบาปทางกาย เพียรละบาปทางวาจา เพียรละบาปทางใจ คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลงนี้นี่เองที่มีอยู่ในใจของเรา เพียรละ เพียรวาง เพียรปล่อย เพียรสลัดออก
    

      สังวรปธาน  เพียรพยายามรักษาบาปความโลภความโกรธความหลงก็ดี บาปทางกาย ทางวาจาก็ดี ที่ยังไม่เกิด อย่าให้เกิดขึ้นที่ใจของเรา ที่กายของเรา ที่วาจาของเรา ด้วยความพอใจ ด้วยความพยายาม ด้วยปรารภความเพียร ด้วยมีสติตั้งไว้ที่ใจ
    

      ภาวนาปธาน  เพียรบำเพ็ญบุญกุศล คือ คุณงามความดี มีทาน ศีล ภาวนาให้เกิดให้มีขึ้น หรือศีล สมาธิ ปัญญา เหล่านี้เป็นต้น ไม่มีเพียรบำเพ็ญให้มีขึ้น ด้วยความพอใจ ด้วยความพยายาม ด้วยปรารภความเพียร ด้วยเป็นผู้มีสติประคองไว้ที่ใจ
    

      อนุรักขนาปธาน  เพียรรักษาบุญกุศล คุณงามความดี คือ ทานศีลภาวนาที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญยิ่งไพบูลย์เต็มเปี่ยมไปด้วยกุศลธรรมนั้น ด้วยความพอใจ ด้วยความพยายาม ด้วยปรารภความเพียร นี่เรียกว่าเพียรชอบ เพียรดี เพียรถูก
    

      นี้ท่านให้ละบาปทั้งปวงออกจากกายวาจาและใจของเรา เพราบาปทั้งปวงทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นก็มีกายวาจาและใจเป็นฐานที่เกิดเป็นฐานที่ตั้ง มีใจเป็นสมุฏฐาน คำว่าสมุฏฐานที่เป็นบ่อเกิดแห่งบาปทั้งปวง ท่านจึงเรียกว่าอกุศลมูล ใจนี้เป็นรากเหง้าเค้ามูลให้เกิดบาปทั้งหลาย บาปทั้งหลายที่แสดงมาทางกายทางวาจาก็เพราะอาศัยใจเป็นรากเหง้าเค้ามูลเมื่อใจประกอบด้วยอกุศลธรรม คือ ความโลภความโกรธความหลงแล้ว มันก็แสดงมาทางกาย ทางวาจา ก็เป็นบาปไปหมด และผลของบาปผลของกรรมอันเป็นบาปนี้ ก็นำสัตว์บุคคลผู้ทำบาปด้วยกายด้วยวาจาด้วยใจให้ไปสู่อบายภูมิ คือ ภูมิที่ต่ำ ภูมิที่เลว ภูมิที่อาภัพ จากความเจริญหาความเจริญไม่ได้ที่เรียกว่า นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน เหตุนั้นท่านจึงให้ละบาปทั้งปวงที่มีอยู่ในกายวาจาใจของเรา

      เมื่อสอนให้ละบาปแล้วท่านก็สอนให้บำเพ็ญบุญกุศลบำเพ็ญศีลให้ถึงพร้อมบำเพ็ญภาวนาให้ถึงพร้อม บำเพ็ญศีลสมาธิปัญญาให้ถึงพร้อมให้กายของเราถึงพร้อมด้วยศีลวาจาของเราถึงพร้อมด้วยศีลใจของเราถึงพร้อมด้วยศีล ถึงพร้อมด้วยสมาธิ กายของเราถึงพร้อมด้วยสมาธิวาจาของเราถึงพร้อมด้วยสมาธิ ใจก็ถึงพร้อมด้วยสมาธิ กายก็ถึงพร้อมด้วยปัญญา ใจก็ถึงพร้อมด้วยปัญญาจึงว่ากรรมเป็นบุญกุศลให้ถึงพร้อมในสิ่งที่เป็นประโยชน์ เป็นคุณ กรรมนั้นนำความสุขมาให้ บุญกุศลนี้แลท่านว่าเป็นเครื่องชำระกายชำระใจให้สะอาดเพราะคำว่าบุญ บุญก็หมายถึงว่าชำระกายวาจาใจของเราให้ขาวสะอาด
    

      การบำเพ็ญทาน รักษาศีล เจริญภาวนา แต่ละล้วนแล้วเป็นบุญเป็นกุศลแต่ละล้วนแล้วเป็นเครื่องอุปกรณ์เป็นเครื่องชำระกายวาจาของเราให้ขาวสะอาด ทานเป็นเครื่องชำระความโลภที่มีอยู่ ณ ภายในใจ ศีลเป็นเครื่องชำระความโกรธที่มีอยู่ ณ ภายในใจภาวนาเป็นเครื่องชำระความหลงที่มีอยู่ ณ ภายในใจ ฉะนั้นบุญทั้ง 3 ประการ คือ ทานมัย บุญสำเร็จด้วยการบำเพ็ญทานเป็นเครื่องชำระความโลภ ศีลมัย บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีลเป็นเครื่องชำระความโกรธ ภาวนามัย บุญสำเร็จด้วยการเจริญภาวนาเป็นเครื่องชำระความหลง ถ้าเราไม่ชำระกายวาจาและใจของเราให้สะอาดด้วยบุญด้วยกุศลก็เป็นโทษ ปล่อยกายวาจาใจของเราให้เศร้าหมองให้สกปรกอยู่ด้วยอกุศลมลทินอยู่ด้วยความโลภความโกรธความหลงแล้วเป็นโทษเป็นภัยเป็นอันตรายชักนำเราไปสู่ทุคติอบายภูมิเบื้องต่ำยิ่งถ้าเราไม่ชำระใจของเราให้ขาวสะอาดบริสุทธิ์ผ่องใสแล้วก็ไม่พ้นจากอบายภูมิได้ เพราะท่านว่าเมื่อใจเศร้าหมองหมักดองไปด้วยกิเลสเหล่านี้คือความโลภความโกรธความหลงแล้ว ทุคติของท่านเป็นอันหวังได้ไม่มีทางสงสัยเลยถ้าหากเราชำระจิตใจของเราให้ขาวสะอาดบริสุทธิ์ผ่องใสแล้วไม่หมักดองเศร้าหมองไปด้วยกิเลส คือ ความโลภความโกรธความหลงยินดีในทานในศีลในภาวนาอยู่เมื่อเราเป็นผู้ยินดีในบำเพ็ญทานรักษาศีลเจริญภาวนาอยู่ ชื่อว่าเราเป็นผู้ชำระใจของเราให้ขาวสะอาดจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองคือ ความโลภความโกรธความหลงเมื่อใจสะอาดบริสุทธิ์อย่างนี้ท่านจึงแสดงผลคือ อานิสสงส์แห่งความบริสุทธิ์ของใจและความสะอาดของใจว่า จิตตฺ อสงฺ กิลิฏเฐ ปาฏิกงฺขา เมื่อจิตของผู้ใดเป็นจิตของผู้ใดเป็นจิตที่บริสุทธิ์ไม่เศร้าหมอง สุคติของบุคคลนั้นอันหวังได้ มนุษยสุข สวรรคสุข นิพพานสุข ไม่มีความสงสัยเลย ฉะนั้นท่านจึงให้ชำระจิตใจจากสิ่งที่เป็นบาป คือ ความโลภโกรธหลง เพราะเป็นเครื่องเศร้าหมองของใจ

      เมื่อใจเศร้าหมองด้วยอกุศลมลทิน คือ โลภ โกรธ หลงอย่างนี้แล้ว จะเอาสิ่งอื่นมาซักฟอกชำระให้ขาวสะอาดไม่ได้ นอกจากทาน ศีล ภาวนา หรือ ศีล สมาธิ ปัญญาเท่านั้น นอกจากบุญจากกุศลไม่มีอะไรจะมาชำระใจของเราของเราให้ขาวสะอาดปราศจากมลทินได้ ฉะนั้นท่านจึงให้บำเพ็ญบุญใจที่เศร้าหมองขุ่นมัวไปด้วยกิเลสจะสำเร็จให้เป็นใจขาวสะอาดได้ต้องบำเพ็ญทานรักษาศีลเจริญภาวนาได้เกิดให้มีขึ้น

      ในโอกาสสุดท้าย สจิตฺตปริโยทปนํ จงชำระจิตใจของตนให้ขาวสะอาดบริสุทธิ์ผ่องใสอยู่ตลอดเวลาเร่งทำความเพียรมีความเพียรอยู่กับตนให้ตั้งความเพียรประกอบด้วยองค์ 4 ประการ ไว้ที่ใจของเรา เพียงละสิ่งที่เป็นบาปที่มีอยู่ในใจของเรา คือ ความโลภที่เป็นบาป ความโกรธที่เป็นบาป ความหลงที่เป็นบาป เพียรชำระ เพียรประหาร และเพียรระวังรักษา สำรวม สิ่งที่เป็นบาปที่ยังไม่เกิดขึ้น ความโลภที่ยังไม่เกิดขึ้นอย่าให้เกิดขึ้น ความโลภที่ยังไม่เกิดขึ้น ความโกรธที่ยังไม่เกิดอย่าให้เกิดขึ้น ความหลงที่ยังไม่เกิดอย่าให้เกิดที่ใจของเรา อย่าให้ใจของเราอยู่ใต้อำนาจของกิเลสเหล่านี้ ให้ใจของเราอยู่เหนือกิเลสเหล่านี้ให้ข่มกิเลสเหล่านี้ได้ เพียรละบาปที่เกิดขึ้นแล้ว เพียรระวังบาปที่ยังไม่เกิดอย่าให้เกิดขึ้นด้วยความพอใจ ความพยายามด้วยปรารภความเพียร ด้วยเป็นผู้มีสติประคองไว้ที่ใจของเรา พร้อมนั้นท่านให้เพียรบำเพ็ญทานศีลภาวนาบุญกุศลคุณงามความดีที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้นเพียรรักษาบุญกุศล คือ ทาน ศีล ภาวนา ที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญเต็มเปี่ยมไปด้วยกุศลธรรมนั้น ด้วยความพอใจด้วยความพยายาม ด้วยปรารภความเพียร ด้วยเป็นผู้ที่มีสติประคองตั้งไว้ที่ใจของตน เมื่อเป็นผู้ประกอบด้วยความเพียรทั้ง 4 ประการนี้แล้ว ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้สละบาป คือ เป็นผู้บำเพ็ญบุญกุศลให้ถึงพร้อมกับชีวิตของเราที่เป็นอยู่ ชื่อว่าเป็นผู้ชำระจิตของตนให้ขาวสะอาดให้ขาวสะอาดไปพร้อมกับชีวิตที่เป็นอยู่ ไม่เป็นผู้ประมาทปล่อยชีวิตของตนให้ล่วงเลยจากคุณประโยชน์นั้น
  

       องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าของเรา ท่านจึงสอนให้พวกเราละบาป บำเพ็ญบุญ ชำระใจของเราให้ขาวสะอาด เมื่อใจของเราขาวสะอาดแล้วเราก็มีความสุข แม้เราจะมีชีวิตอยู่ก็มีความสุข แม้หากคติภพกำเนิดของเรายังมีอยู่ไม่หมดเราก็มีสุคติโลกสวรรค์เป็นที่ไป ท่านผู้เห็นโทษเห็นภัยในความเศร้าหมองของใจว่านำโทษนำภัยมาให้ การเศร้าหมองของใจนี้ถ้าไม่ชำระก็เป็นโทษเป็นภัยอย่างร้ายแรง นำไปสู่ทุคติ คือนรกเบื้องต่ำเปรตอสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน เมื่อท่านกลัวท่านไม่ปล่อยใจไปตามกิเลสตัณหา ท่านเห็นอานิสงส์ของการชำระจิตใจให้ขาวสะอาด ท่านจึงเชื่อต่อทาน ต่อศีล ต่อภาวนา เชื่อต่อบุญนี้ ท่านจึงเป็นผู้ไม่ประมาทไม่นิ่งนอนใจ ท่านรีบเร่งบำเพ็ญทานศีลภาวนาให้เกิดให้มีขึ้นไปพร้อมกับชีวิต ไม่ปล่อยชีวิตของท่านให้ล่วงเลยจากสิ่งที่เป็นประโยชน์เป็นคุณ เมื่อท่านเป็นผู้มีความเพียรประกอบไปด้วยองค์ 4 ที่แสดงมานั้น ชำระจิตของท่านให้ขาวสะอาดอย่างนี้ในปัจจุบันท่านเป็นผู้มีจิตที่หาเวรมิได้ เป็นผู้มีจิตหาความพยาบาทเบียดเบียนไม่ได้ เป็นผู้มีจิตไม่เศร้าหมองเป็นผู้มีจิตหมดจดแล้วอย่างนี้ ในปัจจุบันทิฏฐธรรมที่มีชีวิตอยู่ ท่านย่อมได้รับความอุ่นใจดีใจเบิกบานใจไม่เศร้าหมองใจมีความอุ่นใจ 4 ประการ เป็นเครื่องประกันภัย
    

      ความอุ่นใจดีใจข้อที่ 1 นั้นว่า ถ้าโลกหน้าของเรานั้นยังจะมีอยู่ วิบากคือ ผลของกรรมที่ทำดีและทำชั่วก็จะให้ผลอยู่ดังนี้ ข้อนี้ เป็นฐานะ คือ เป็นที่ตั้งได้ ถ้าหากเป็นฐานะที่เป็นได้ คือ ถ้าเรายังไม่หมดเหตุหมดปัจจัยยังมีคติ มีกำเนิด มีภพอยู่เบื้องหน้า จะตายก็ตาย แต่เราเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เป็นความอุ่นใจดีใจในข้อที่ 1 ที่ท่านได้ชำระใจให้ขาวสะอาดหมดจด
  

       ความอุ่นใจดีใจข้อที่2 นั้นว่า ถ้าหากว่าโลกหน้าไม่พึงมีไซร้ วิบากคือ ผลของกรรมของเราก็ไม่มีแล้ว คือ หมดเหตุหมดปัจจัยหมดวิบากแล้วดังนี้ ในปัจจุบันนี้เราก็จะเป็นผู้รักษาตนให้บริสุทธิ์ปราศจากเวร  ปราศจากภัย ไม่มีทุกข์ มีแต่ความสุข สุโขเอโก สุข กมฺมสฺส มีแต่ความสุขความเจริญทั้งกายวาจาและใจไม่มีความทุกข์เลยดังนี้ เป็นความอุ่นใจดีใจเป็นอานิสงส์ข้อที่ 2 ที่ท่านผู้ชำระจิตให้ขาวสะอาดบริสุทธิ์ ความดีใจความอุ่นใจความงามใจความมีใจอันเป็นสุข
  

       ความอุ่นใจดีใจข้อที่ 3 นั้นว่า ถ้าว่าบาปที่บุคคลทำชื่อว่าเป็นอันทำอยู่ไซร้ ได้รับผลของบาปอยู่ บัดนี้ปัจจุบันนี้ เราก็ไม่ได้ทำบาปด้วยกายด้วยวาจา แม้แต่ใจของเราก็ไม่คิดบาปให้แก่ใคร ๆ เลย เมื่อเป็นเช่นนื้ไหนเลยทุกข์ทั้งหลายจะมาแผ้วพานเราผู้ไม่ได้ทำบาปไว้ด้วยกายวาจาใจ นี้เป็นความอุ่นใจดีใจข้อที่ 3 ที่ท่านได้ชำระจิตใจของท่านให้ขาวสะอาดหมดจด
  

      ความอุ่นใจดีใจข้อที่ 4 นั้นว่า ถ้าหากว่าบาปที่บุคคลทำได้ชื่อว่าไม่เป็นอันทำไซร้ ไม่ได้รับผล บัดนี้เราก็เล็งเห็นตนเป็นคนบริสุทธิ์แล้ว พิจารณาเห็นตนเป็นคนบริสุทธิ์แล้วทั้ง 2 ทาง คือ บาปเราก็ไม่มี คือหมดจดบริสุทธิ์แล้วทั้งสองทางหมดเหตุ หมดปัจจัย ไม่มีเหตุ ก็เป็นผู้บริสุทธิ์อย่างเดียวนี้เป็นเหตุอุ่นใจข้อที่ 4

      ท่านผู้ชำระใจของท่านให้ขาวสะอาดด้วยทาน ด้วยศีล หรือด้วยสมาธิปัญญาอย่างนี้ให้ใจของทานขาวสะอาดบริสุทธิ์อย่างนี้ท่านจึงแสดงว่า
  

        เวรํ อเวรจิตฺโต        ท่านเป็นผู้บริสุทธิ์หาเวรแล้วไม่ได้อย่างนี้
    

       เวรํ อพฺยาปชฺฌ จิตฺโต    ท่านเป็นผู้มีจิตหาความพยาบาทเบียดเบียนแล้วไม่ได้อย่างนี้    
    

       เวรํ อสงฺกิลิฎฐ จิตฺโต    ท่านเป็นผู้มีจิตไม่เศร้าหมองแล้วอย่างนี้
    

       เวรํ วิสุทฺธ จิตฺโต    ท่านเป็นผู้มีจิตหมดจดสะอาดแล้วอย่างนี้
    

      ในคติธรรมปัจจุบันที่มีชีวิตอยู่ ท่านจงได้รับความอุ่นใจ 4 ประการ ที่ได้แสดงมานี้แสดงมานี้องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าของเรา ตักเตือนพวกเราให้ละบาปทั้งปวง บำเพ็ญบุญกุศลให้ถึงพร้อมชำระใจของตนให้ขาวสะอาดดังนี้การแสดงธรรมในวันนี้ เมื่อฟังแล้วพึงน้อมใจพากันปฏิบัติตามให้เป็นผล ให้เป็นประโยชน์แก่ตนที่เป็นมนุษย์เข้าถึงพระพุทธศาสนา ถ้าหากเราเป็นผู้ตั้งอกตั้งใจพยายามบำเพ็ญเพียรอยู่ เราก็จะได้บรรลุดังความปรารถนาในมนุษยสุข สวรรคสุข นิพพานสุข ไม่มีความสงสัยเลย 

      ขอยุติเอวัง แต่เพียงนี้








 




ธรรมเทศนา ปฎิปทาของหลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ

ชีวิตของพระธุดงค์กัมมัฏฐาน article
ประโยชน์ ๓ อย่างที่มนุษย์ควรบำเพ็ญ article
ธุดงค์ ปฏิปทา และอานิสงส์ article
โอวาทปาฎิโมกข์ article
อบรมพิเศษ article
สัมมาสมาธิ article
สมาธิภาวนา (ย่อ) article
มรรค ๘ (ทางสายกลาง) article
อริยมรรค article
คติภูมิ article
ปรมัตถบารมี article
ศีล สมาธิ ปัญญา article
อาทิตยปริยสุตร article
อนตฺตลกฺขณสูตร article
อรูปญาณ article
ปฎิปทาวันตรัสรู้ article
วิภาคบทอะระหัง article
วิปัสสนาวิถี article
พรหมวิหาร 4 ประการ article
ธาตุกรรมฐาน article
มรณสติกรรมฐาน article
วิชาจรณะสัมปัณโณ article
พระธรรมคุณ article
ฌานและสมาธิ article
ธรรมะของเก่า article
ธรรมานุปัสสนา article
มหาสมัยสูตร article
สมาธิเพชร article
สิ่งทั้งปวงย่อมเกิดแต่เหตุ article
อาทิตตปริยายสูตร article
อสุภกรรมฐาน article
มหาสติปัฏฐาน article
กายสติ article
พระศรีธรรมาโศกราช article
ธรรมานุปัสสนา article
นิทานตาบอดคลำช้าง article
นิทานต้นบัญญัติ article
เบญจขันธุ์ article
ธรรมจักรเทศนา article
เทศนา 3 กัณฑ์ article
คิริมานนทสูตร article
เทศน์พระเวสสันดร ตอนกุมารกัณฑ์ article
เทศน์พระเวสสันดร ตอนชูชกท้องแตกตาย article



dot
พระมหาธาตุ,พระบรมสารีริกธาตุ
dot
bulletเรื่องของพระบรมสารีริกธาตุ
dot
พระอสีติและพระอรหันตธาตุ
dot
dot
พระธาตุบูรพาจารย์ในยุคปัจจุบัน
dot
dot
เจดีย์พระธาตุทั่วไทยและทั่วโลก
dot
dot
หมวดหมู่สินค้า บุษบก บุษบกมาลา
dot
บุษบกมาลา
bulletบุษบกน่ารู้
bulletบุษบก BBC-02 A-B
bulletบุษบก BBC-04
bulletบุษบกมาลา
bulletบุษบก ขนาด 5 นิ้ว
bulletบุษบก ขนาด 6 นิ้ว
bulletบุษบก ขนาด 10 นิ้ว
bulletบุษบก ขนาด 15 นิ้ว
bulletบุษบก ขนาด 17 นิ้ว ปิดทอง
bulletบุษบก ขนาด 17 นิ้ว พ่นทอง
bulletบุษบก ขนาด 21 นิ้ว
bulletบุษบก ขนาด 25 นิ้ว
dot
หมวดหมู่สินค้า ผอบใส่พระธาตุ
dot
bulletผอบทรงโถน้ำมนต์
bulletผอบเลนส์ขยาย
bulletผอบขนาดเล็ก
bulletผอบ PC-07
bulletผอบ PC-09
bulletผอบ PC-15
bulletผอบทรงสูง PTC-12
bulletผอบทรงสูง PTC-15
bulletผอบขนาดใหญ่ 9 นิ้ว
bulletผอบแก้วคริสตัล
dot
หมวดหมู่สินค้า เจดีย์ใส่พระธาตุ
dot
bulletเจดีย์ JC-01
bulletเจดีย์ JC-02
bulletเจดีย์ JC-03
bulletเจดีย์ JC-05
bulletเจดีย์ JC-06
bulletเจดีย์ JC-07
bulletเจดีย์ JC-09
bulletเจดีย์ JC-12
bulletเจดีย์ JC-15
bulletเจดีย์ JC-22
bulletเจดีย์คริสตัล 5 นิ้ว
bulletเจดีย์ผอบ
dot
หมวดหมู่สินค้า งานลงยาโบราณ
dot
bulletงานลงยาประดับสั่งพิเศษ
bulletเจดีย์ฐานกลมลงยา
bulletเจดีย์ฐานแปดเหลี่ยมเล็ก
bulletเจดีย์ฐานแปดเหลี่ยมใหญ่
bulletโกศบรรจุอัฐิธาตุ
bulletแก้วทรงดอกบัวตูม
bulletแว่นแก้วเล็ก
bulletฐานแปดเหลี่ยมยอดเจดีย์
bulletแปดเหลี่ยมผอบ 12 เซน.
dot
หมวดหมู่สินค้า สั่งทำพิเศษ
dot
bulletงานประดับลายไทยพิเศษ




Copyright © 2010 All Rights Reserved.

ร้าน บุษบกทองคำ
ที่อยู่ :  เลขที่ 31/101 ซอย ชินเขต 2 ถนน งามวงค์วาน.เขต :  หลักสี่ แขวง : ทุ่งสองห้อง
จังหวัด :กรุงเทพมหานคร     รหัสไปรษณีย์ : 10210
เบอร์โทร มือถือ :  0816489070
อีเมล : jedeethai@gmail.com
เว็บไซต์ :www.jedeethai.com